ลูกตัวเหลือง ต้องพาไปตากแดดจริงไหม? สิ่งที่หมอดูจริงๆ และสัญญาณที่ไม่ควรรอ
ทารกตัวเหลืองพบได้บ่อยช่วงวันที่ 3 ถึง 5 แต่การพาลูกไปตากแดดไม่ใช่วิธีรักษาที่ปลอดภัย หมอดูจากค่าบิลิรูบินและรักษาด้วยการส่องไฟ มาดูว่าเหลืองแบบไหนควรรีบไปโรงพยาบาล
กลับจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วัน ผู้ใหญ่ในบ้านทักว่า “ลูกตัวเหลืองนะ เอาไปตากแดดเช้าๆ สิ” คุณแม่หลายคนก็อุ้มลูกไปนั่งริมหน้าต่างหรือหน้าบ้านตามที่บอก เพราะคนรุ่นก่อนทำกันมาแบบนี้จริงๆ ค่ะ
บทความนี้ไม่ได้มาบอกว่าผู้ใหญ่ผิดนะคะ แต่อยากเล่าว่าหมอเด็กยุคนี้ดูอะไรจริงๆ เวลาลูกตัวเหลือง ทำไมถึงไม่แนะนำให้ตากแดดแล้ว และเหลืองแบบไหนที่ไม่ควรรอดูอาการที่บ้าน
ทำไมลูกแรกเกิดถึงตัวเหลือง
คำตอบสั้นๆ: เพราะในเลือดลูกมีสารสีเหลืองชื่อ “บิลิรูบิน” สะสมอยู่ และตับของทารกแรกเกิดยังกำจัดสารนี้ได้ไม่เร็วเท่าผู้ใหญ่ เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยมากในสัปดาห์แรก
ตอนอยู่ในท้อง ตับของแม่ช่วยจัดการบิลิรูบินให้ลูก พอคลอดออกมา ตับของลูกต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะทำงานนี้ได้เต็มที่ ช่วงนั้นบิลิรูบินจึงค้างในเลือดจนผิวและตาขาวดูเหลือง
- มักเห็นชัดราว วันที่ 3 ถึง 5 หลังคลอด
- ส่วนใหญ่หายไปเองภายในราว 2 สัปดาห์
- ลูกที่กินนมแม่บางคนอาจเหลืองนานกว่านั้นได้ ซึ่งหมอต้องเป็นคนประเมิน
- ถ้าลูกได้นมน้อย เช่น ช่วงที่น้ำนมแม่ยังมาไม่เต็มที่ ก็อาจเหลืองมากขึ้นได้ (อ่านต่อได้ที่ น้ำนมยังไม่มา ทำอย่างไรดี)
พาไปตากแดดช่วยได้จริงไหม
คำตอบสั้นๆ: ไม่แนะนำค่ะ AAP (สมาคมกุมารแพทย์อเมริกัน) ระบุชัดว่า “การพาลูกไปตากแดดไม่ใช่วิธีรักษาตัวเหลืองที่ปลอดภัย” และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชก็ระบุว่าแดดธรรมชาติรักษาภาวะตัวเหลืองไม่ได้
ที่มาของความเชื่อนี้มีส่วนจริงอยู่นิดหนึ่ง แสงบางช่วงคลื่นช่วยสลายบิลิรูบินได้ ซึ่งเป็นหลักเดียวกับการส่องไฟในโรงพยาบาล แต่แดดจริงต่างจากไฟส่องมาก
- คุมปริมาณแสงไม่ได้ ไม่รู้ว่าลูกได้แสงช่วงคลื่นที่ช่วยจริงเท่าไหร่
- เสี่ยงตัวร้อนเกิน ศูนย์การแพทย์ศรีพัฒน์ มช. ระบุว่าไม่แนะนำให้พาทารกไปอาบแดดเพราะเสี่ยงอุณหภูมิกายสูงหรือต่ำเกินไป ยิ่งอากาศบ้านเราที่ร้อนจัด ยิ่งต้องระวัง
- ผิวไหม้แดด ผิวทารกบางมาก
- ทำให้วางใจผิดๆ อันนี้สำคัญที่สุดค่ะ ถ้าเราคิดว่า “ตากแดดแล้ว เดี๋ยวก็หาย” อาจทำให้พาลูกไปหาหมอช้าในรายที่ค่าเหลืองสูงจริง
งานทบทวนงานวิจัยของ Cochrane ก็สรุปว่ายังไม่มีหลักฐานว่าแดดอย่างเดียวรักษาภาวะตัวเหลืองได้ มีเพียงการศึกษาในประเทศที่ขาดเครื่องส่องไฟ ซึ่งใช้แสงแดดผ่านฟิล์มกรองพิเศษภายใต้การดูแลของทีมแพทย์ ซึ่งคนละเรื่องกับการอุ้มลูกไปนั่งหน้าบ้าน
ถ้าผู้ใหญ่ในบ้านแนะนำ ลองอธิบายเบาๆ ว่า “หมอบอกว่าแดดรักษาไม่ได้ แต่แสงธรรมชาติช่วยให้เราเห็นสีผิวลูกชัดขึ้น เดี๋ยวดูในแสงแล้วถ้าเหลืองมากจะพาไปวัดค่านะคะ” แบบนี้ทุกคนสบายใจค่ะ
หมอดูอะไรจริงๆ เวลาลูกตัวเหลือง
คำตอบสั้นๆ: หมอไม่ได้ดูแค่สีผิว แต่จะวัดค่าบิลิรูบินจากผิวหรือจากเลือด แล้วเทียบกับอายุของลูกเป็นชั่วโมง อายุครรภ์ตอนคลอด และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
สิ่งที่หมอมักดูร่วมกัน
| หมอดูอะไร | ทำไมถึงสำคัญ |
|---|---|
| ค่าบิลิรูบิน (เครื่องวัดผ่านผิว หรือเจาะเลือด) | ตาเปล่าประเมินความเหลืองได้ไม่แม่น |
| ลูกอายุกี่ชั่วโมง | ค่าเดียวกันแต่อายุต่างกัน ความหมายต่างกัน |
| คลอดครบกำหนดไหม | ทารกคลอดก่อนกำหนดมีเกณฑ์ส่องไฟต่ำกว่า |
| เหลืองเร็วแค่ไหน | ถ้าขึ้นเร็วมากต้องหาสาเหตุเพิ่ม |
| การกินนม ฉี่ อึ | ลูกขับบิลิรูบินออกทางอุจจาระ |
| หมู่เลือดแม่กับลูก และโรคบางอย่าง | บางสาเหตุทำให้เหลืองมากกว่าปกติ |
AAP แนะนำว่าทารกทุกคนควรได้วัดค่าบิลิรูบินอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนออกจากโรงพยาบาล และถ้าเหลืองตั้งแต่ 24 ชั่วโมงแรกต้องตรวจทันที ถ้าโรงพยาบาลนัดให้กลับมาวัดค่าซ้ำ ไปตามนัดนะคะ แม้ลูกจะดูสบายดี
ส่องไฟคืออะไร ลูกจะเจ็บไหม
คำตอบสั้นๆ: การส่องไฟ (phototherapy) คือการให้ลูกนอนใต้หลอดไฟชนิดพิเศษที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม ช่วยให้ร่างกายกำจัดบิลิรูบินได้เร็วขึ้น ไม่เจ็บ และเป็นการรักษามาตรฐาน
ระหว่างส่องไฟ
- ลูกจะใส่แค่ผ้าอ้อม และมีที่ปิดตากันแสง
- พยาบาลจะคอยดูอุณหภูมิตัวและการกินนม
- คุณแม่ส่วนใหญ่ยังให้นมได้ตามรอบ ตามคำแนะนำของทีมแพทย์
- NHS ระบุว่าการส่องไฟมักใช้เวลาราว 48 ชั่วโมง แต่แต่ละคนต่างกัน หมอจะวัดค่าซ้ำเป็นระยะ
บางโรงพยาบาลอาจให้ส่องไฟที่บ้านได้ในบางกรณี ขึ้นกับอายุลูกและระดับค่าเหลือง ซึ่งหมอเป็นคนพิจารณา ส่วนน้อยมากที่ค่าสูงจนต้องรักษาด้วยวิธีอื่นเพิ่ม
ที่บ้านช่วยลูกได้อย่างไรบ้าง
คำตอบสั้นๆ: สิ่งที่ช่วยได้จริงคือให้นมบ่อยๆ และคอยสังเกตสีผิว การกิน ฉี่ และอึของลูก
- ให้นมวันละ 8 ถึง 12 ครั้ง ตามที่ NHS แนะนำ ลูกยิ่งได้นมพอ ยิ่งอึบ่อย ยิ่งขับบิลิรูบินออกได้ดี
- นับผ้าอ้อม ถ้าฉี่น้อยหรืออึน้อยผิดปกติ อาจแปลว่าได้นมไม่พอ (ดู สัญญาณว่าลูกได้นมแม่พอ)
- ดูสีผิวในแสงธรรมชาติ กดผิวหน้าผากหรือปลายจมูกเบาๆ แล้วปล่อย ดูว่าเหลืองไหม และดูตาขาว
- สังเกตว่าเหลืองลามลงไปถึงไหน สีเหลืองมักเริ่มที่หน้าแล้วลามลงอก ท้อง ขา ยิ่งลามลงต่ำ ยิ่งควรให้หมอวัดค่า
- ไม่ให้น้ำเปล่าหรือน้ำกลูโคสเอง ทารกเล็กควรได้นมเป็นหลัก ถ้าคิดว่านมไม่พอ ปรึกษาหมอหรือพยาบาลก่อนค่ะ
ไปโรงพยาบาลเลยถ้า…
คำตอบสั้นๆ: ถ้าลูกเหลืองภายใน 24 ชั่วโมงแรก เหลืองมากขึ้นเร็ว อึสีซีด ฉี่สีเข้ม หรือซึม ไม่ดูดนม ให้พาไปโรงพยาบาลเลย ไม่ต้องรอนัด
รวบรวมจาก NHS, AAP และคณะแพทยศาสตร์ศิริราช
- เห็นว่าลูก ตัวเหลืองตั้งแต่อายุไม่ถึง 24 ชั่วโมง
- เหลืองมากขึ้นเรื่อยๆ หรือเหลืองลามลงไปถึงท้อง แขน ขา
- อุจจาระสีซีด สีขาวครีม หรือสีเหมือนดินน้ำมันจางๆ
- ปัสสาวะสีเหลืองเข้มหรือสีน้ำตาล (ปัสสาวะทารกปกติควรเกือบใส)
- ลูก ซึมมาก ปลุกยาก ไม่ค่อยดูดนม หรือดูดแล้วหลับไปเร็วผิดปกติ
- ลูก ตัวเกร็ง แอ่นตัว ร้องเสียงแหลมผิดปกติ หรือชัก
- ลูกมีไข้ 38 องศาขึ้นไป (อ่านเพิ่ม ลูกไม่ถึง 3 เดือนตัวร้อน)
- ผ้าอ้อมแห้งนานผิดปกติ
- ยังเหลืองอยู่ หลังอายุ 2 สัปดาห์ ควรนัดพบหมอเพื่อหาสาเหตุ
อุจจาระสีซีดเป็นสัญญาณที่คนมักมองข้ามนะคะ ลองถ่ายรูปผ้าอ้อมเก็บไว้ให้หมอดูได้เลย
สรุปสั้นๆ ให้จำง่าย
ตัวเหลืองในทารกแรกเกิดส่วนใหญ่ไม่อันตรายและหายเอง แต่ ตาเราดูไม่ออกว่าค่าเหลืองสูงแค่ไหน สิ่งที่ช่วยลูกได้จริงคือให้นมบ่อยๆ ไปตามนัดวัดค่า และรีบไปถ้าเจอสัญญาณเตือนด้านบน ส่วนการตากแดด ข้ามไปได้เลยค่ะ
ถ้าอยากเห็นภาพรวมทั้งเรื่องกิน นอน อึ ในช่วงนี้ อ่านต่อได้ที่ คู่มือ 3 เดือนแรกของลูก
การถามหมอหลายรอบไม่ได้แปลว่าเราเป็นแม่ขี้กังวลนะคะ มันแปลว่าเรากำลังดูแลลูกอย่างดีที่สุดแล้วค่ะ
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ทารกตัวเหลือง ตากแดดช่วยได้ไหม
ไม่แนะนำค่ะ AAP ระบุว่าการพาลูกไปตากแดดไม่ใช่วิธีรักษาตัวเหลืองที่ปลอดภัย และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชระบุว่าแดดธรรมชาติรักษาภาวะตัวเหลืองไม่ได้ อีกทั้งทารกเสี่ยงตัวร้อนเกินหรือผิวไหม้ได้ง่าย
02ทารกตัวเหลืองกี่วันหาย
ตัวเหลืองแบบปกติมักเห็นชัดช่วงวันที่ 3 ถึง 5 และส่วนใหญ่หายภายในราว 2 สัปดาห์ ลูกที่กินนมแม่บางคนอาจเหลืองนานกว่านั้นได้ แต่ถ้าเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังเหลือง ควรพาไปให้หมอตรวจค่ะ
03ค่าเหลืองเท่าไหร่ต้องส่องไฟ
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้กับทุกคน หมอจะดูค่าบิลิรูบินร่วมกับอายุของลูกเป็นชั่วโมง อายุครรภ์ตอนคลอด และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ แล้วเทียบกับกราฟมาตรฐาน จึงควรให้หมอเป็นคนตัดสินค่ะ
04ส่องไฟรักษาตัวเหลือง อันตรายไหม
การส่องไฟเป็นการรักษามาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก ใช้หลอดไฟชนิดพิเศษช่วยให้ร่างกายลูกกำจัดบิลิรูบินได้เร็วขึ้น ระหว่างส่องไฟจะมีการปิดตาและดูแลอุณหภูมิตัวลูก และคุณแม่ยังให้นมได้ตามคำแนะนำของทีมแพทย์
05ลูกตัวเหลืองจากนมแม่ ต้องหยุดให้นมไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้องหยุด การให้นมบ่อยๆ วันละ 8 ถึง 12 ครั้ง ช่วยให้ลูกขับบิลิรูบินออกทางอุจจาระได้ดีขึ้น ถ้าหมอเห็นว่าควรเสริมนมผสมชั่วคราว หมอจะแนะนำเป็นรายไปค่ะ
06ดูยังไงว่าลูกตัวเหลือง
กดผิวที่หน้าผากหรือปลายจมูกเบาๆ แล้วปล่อย ดูในแสงธรรมชาติว่าผิวตรงนั้นเป็นสีเหลืองไหม และดูตาขาว สีเหลืองมักเริ่มที่หน้าแล้วลามลงมาที่อก ท้อง และขา ยิ่งลามลงต่ำยิ่งควรให้หมอตรวจ