mamapreneur

03 · ทารกแรกเกิดตอบให้ชัดอ่าน 9 นาที

ลูกร้องหนักทุกเย็นเวลาเดิม เรียกว่าโคลิค ไม่ใช่เพราะแม่ทำผิด (และสิ่งที่ช่วยได้บ้าง)

ลูกสุขภาพดีแต่ร้องไห้หนักทุกเย็นนานหลายชั่วโมง อาจเป็นโคลิค ซึ่งไม่ได้เกิดจากแม่ทำอะไรผิด มักดีขึ้นเองราว 3 ถึง 4 เดือน มาดูวิธีปลอบที่ช่วยได้ สัญญาณที่ต้องไปหาหมอ และวิธีดูแลใจตัวเอง

หกโมงเย็นทีไร ลูกเริ่มร้อง แล้วร้องยาวๆ แบบปลอบยังไงก็ไม่หยุด กินนมแล้ว เปลี่ยนผ้าอ้อมแล้ว อุ้มเดินรอบบ้านแล้ว ก็ยังร้อง คนในบ้านเริ่มถาม “นมแม่ไม่พอหรือเปล่า” “ลูกเห็นอะไรหรือเปล่า” แล้วเราก็เริ่มโทษตัวเองเงียบๆ ค่ะ

อยากบอกไว้ตรงนี้ก่อนเลยว่า ถ้าลูกแข็งแรงดี กินได้ โตดี แต่ร้องหนักเป็นช่วงเวลาเดิมทุกวัน นี่อาจเป็น โคลิค ซึ่งพบได้บ่อย ไม่ได้เกิดจากแม่ทำอะไรผิด และมันผ่านไปได้จริงๆ

โคลิคคืออะไร ต่างจากร้องไห้ธรรมดาอย่างไร

คำตอบสั้นๆ: โคลิคคือการที่ทารกแข็งแรงดีร้องไห้มากเกินปกติ มักใช้เกณฑ์ร้องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ติดกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ทารกทุกคนร้องไห้ เพราะนั่นคือวิธีสื่อสารเดียวที่มี แต่ลูกที่เป็นโคลิคมักมีลักษณะแบบนี้

  • ร้องหนักช่วง บ่ายถึงค่ำ และมักเป็นเวลาเดิมๆ
  • ร้องแบบปลอบไม่ค่อยได้ แม้จะกินอิ่มและผ้าอ้อมแห้ง
  • กำมือแน่น หน้าแดง ยกเข่าขึ้นมาที่ท้อง หรือแอ่นหลัง
  • อาจดูเหมือนมีลมในท้อง ผายลมบ่อย
  • นอกช่วงที่ร้อง ลูกดูปกติ กินได้ นอนได้ โตตามเกณฑ์

AAP ระบุว่าโคลิคพบในทารกราว 1 ใน 5 มักเริ่มช่วงสัปดาห์ที่ 2 ถึง 4 และร้องมากที่สุดราวอายุ 6 สัปดาห์ คนไทยสมัยก่อนเรียกกันว่า “เด็กร้อง 3 เดือน” ซึ่งก็ตรงกับช่วงเวลาที่อาการมักดีขึ้นค่ะ

โคลิคเกิดจากอะไร แม่ทำอะไรผิดหรือเปล่า

คำตอบสั้นๆ: ยังไม่มีใครรู้สาเหตุที่แน่ชัด และไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดูผิดวิธี

มีหลายสมมติฐาน เช่น ระบบย่อยอาหารที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ลมในท้อง หรือทารกบางคนไวต่อแสงสีเสียงรอบตัวมากกว่าคนอื่น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชกล่าวถึงลมในท้องและการกลืนลมระหว่างดูดนมเป็นปัจจัยหนึ่ง

ส่วนความเชื่อว่าลูกร้องเพราะ “เห็นสิ่งที่มองไม่เห็น” หรือ “แม่ซื้อ” ที่ผู้ใหญ่บางท่านพูดถึง โรงพยาบาลพญาไทก็อธิบายว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกันค่ะ เราเคารพความหวังดีของผู้ใหญ่ได้ แต่ไม่ต้องแบกความรู้สึกผิดไว้

ทำอะไรได้บ้างตอนลูกร้อง

คำตอบสั้นๆ: ไม่มีวิธีไหนหยุดโคลิคได้ทันที แต่การอุ้มแนบตัว โยกเบาๆ เสียงไวท์นอยส์ และการไล่ลมหลังกินนม ช่วยให้ลูกสงบขึ้นได้บ้าง ลองทีละอย่าง

วิธีที่ NHS และ AAP แนะนำ

  • อุ้มแนบอก เดินช้าๆ หรือใช้เป้อุ้มที่ถูกท่า ลูกได้ทั้งการเคลื่อนไหวและไออุ่นจากตัวแม่
  • โยกหรือไกวเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ
  • เสียงไวท์นอยส์ เสียงพัดลม เสียงเครื่องดูดฝุ่น หรือเสียงชู่วๆ เบาๆ
  • อุ้มลูกตัวตั้งขึ้นระหว่างให้นม และไล่ลมหลังกินทุกครั้ง
  • อาบน้ำอุ่น ช่วยให้ลูกผ่อนคลาย
  • ให้ดูดจุกหลอก สำหรับบางคน
  • วางลูกคว่ำพาดบนตัก แล้วลูบหลังเบาๆ ตอนลูกตื่นและเราเฝ้าดูอยู่ (ไม่ใช่ท่านอนหลับ)
  • ลดสิ่งเร้า ปิดไฟให้สลัว ลดเสียงทีวี ลดคนมาอุ้มต่อกันหลายมือ

สิ่งที่ ยังไม่มีหลักฐานว่าได้ผล ตาม NHS คือยาหยดแก้โคลิค สมุนไพร และโพรไบโอติก ถ้าคิดจะลอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และไม่ให้น้ำสมุนไพรหรือยาหม่องที่ไม่รู้ส่วนผสมกับทารกเด็ดขาดค่ะ

ส่วนเรื่องอาหารของแม่ NHS แนะนำให้ให้นมตามปกติ ไม่ต้องเปลี่ยนอาหารเอง ถ้าสงสัยว่าอาหารบางอย่างเกี่ยว คุยกับหมอก่อนงดนะคะ

ห้ามเขย่าลูก ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน

คำตอบสั้นๆ: การเขย่าทารกแม้เพียงไม่กี่วินาที อาจทำให้สมองบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิตได้ AAP เน้นว่าไม่ควรเขย่าทารกเด็ดขาด

ข้อนี้ไม่ได้เขียนเพราะคิดว่าคุณแม่จะทำร้ายลูกนะคะ แต่เพราะเสียงร้องที่ไม่หยุดเป็นชั่วโมง ในวันที่นอนไม่พอ ทำให้คนดีๆ ทุกคนถึงขีดจำกัดได้ การรู้ไว้ล่วงหน้าว่า “ถ้าถึงจุดนั้นต้องทำอะไร” คือการปกป้องทั้งลูกและตัวเรา

แผนสำรองเวลารู้สึกจะทนไม่ไหว

  1. วางลูกนอนหงายในเปลหรือที่นอนที่ปลอดภัย ไม่มีหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตา
  2. เดินออกจากห้องสักครู่ AAP ระบุว่าทำแบบนี้ได้ ลูกร้องต่ออีกไม่กี่นาทีในที่ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย
  3. หายใจช้าๆ ดื่มน้ำ ล้างหน้า
  4. โทรหาใครสักคน สามี แม่ เพื่อน หรือพยาบาลที่โรงพยาบาลที่คลอด
  5. กลับไปดูลูกเมื่อใจเย็นลงแล้ว

บอกทุกคนที่ช่วยเลี้ยงลูก ทั้งพ่อ ปู่ย่าตายาย หรือพี่เลี้ยง ให้รู้เรื่องนี้ด้วยนะคะ

ดูแลใจตัวเองอย่างไรในช่วงนี้

คำตอบสั้นๆ: ผลัดกันดูแลลูกให้ได้ ขอความช่วยเหลือเร็ว และจำไว้ว่าโคลิคเป็นช่วงเวลาที่จบลงได้

  • ผลัดเวรช่วงเย็น ถ้ารู้ว่าลูกร้องหนักราวหกโมงถึงสี่ทุ่ม ตกลงกับคนในบ้านล่วงหน้าว่าใครรับช่วงไหน
  • ออกไปนอกบ้านสักพัก AAP แนะนำว่าเวลาเครียดมาก ให้คนในครอบครัวดูลูกแล้วออกไปข้างนอกบ้าง แม้แค่เดินรอบหมู่บ้าน
  • นอนตอนลูกนอน ถ้าทำได้ อย่างน้อยหนึ่งรอบต่อวัน
  • ไม่ต้องตอบทุกคำแนะนำ ญาติหลายคนหวังดี แต่เราเลือกฟังได้
  • สังเกตใจตัวเอง ถ้ารู้สึกเศร้า หมดหวัง ไม่อยากดูแลลูก หรือมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือลูก ให้บอกหมอหรือคนใกล้ตัวทันที หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ควรไปหาหมอเมื่อไหร่

คำตอบสั้นๆ: ถ้าลูกร้องแบบผิดไปจากเดิมหรือมีอาการอื่นร่วม ให้ไปโรงพยาบาลเลย เพราะอาจไม่ใช่โคลิค

ไปโรงพยาบาลเลยถ้า

  • รูปแบบการร้อง เปลี่ยนไปทันที ร้องเสียงแปลกไปจากเดิม หรือ ร้องอ่อนแรง
  • มี ไข้ 38 องศาขึ้นไป ในลูกอายุไม่ถึง 3 เดือน (อ่าน ลูกไม่ถึง 3 เดือนตัวร้อน)
  • ไม่ยอมกินนม หรือกินน้อยลงมาก
  • อาเจียนแรงกว่าปกติ หรือ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ
  • หายใจลำบาก ตัวซีดหรือเขียว
  • ซึม ปลุกยาก

ควรนัดหาหมอถ้า

  • ลูก น้ำหนักขึ้นไม่ดี หรือโตไม่ตามเกณฑ์ในสมุดสีชมพู
  • ร้องมากต่อเนื่องจน เกินอายุ 4 เดือน
  • คุณแม่หรือคนในบ้าน รู้สึกว่ารับมือไม่ไหว อันนี้เป็นเหตุผลที่ดีพอในการไปหาหมอแล้วค่ะ

ถ้าไม่แน่ใจว่าลูกได้นมพอไหม อ่านต่อได้ที่ สัญญาณว่าลูกได้นมแม่พอ และดูภาพรวมการดูแลลูกช่วงนี้ที่ คู่มือ 3 เดือนแรกของลูก

สรุปสั้นๆ

โคลิคไม่ได้แปลว่าลูกป่วย และไม่ได้แปลว่าเราเป็นแม่ที่ไม่เก่ง ลองวิธีปลอบทีละอย่าง ผลัดกันพัก ห้ามเขย่า และไปหาหมอเมื่อมีสัญญาณเตือน อีกไม่นานเสียงร้องช่วงเย็นจะค่อยๆ เบาลงค่ะ

คืนไหนที่ยาวมากๆ ขอให้รู้ว่ามีแม่อีกหลายคนกำลังอุ้มลูกเดินวนในบ้านอยู่เหมือนกัน คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะคะ

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01โคลิค ทารก คืออะไร

    คือภาวะที่ทารกซึ่งแข็งแรงดีร้องไห้มากเกินปกติ NHS ใช้เกณฑ์ร้องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ ติดกันอย่างน้อย 1 สัปดาห์ มักร้องหนักช่วงบ่ายถึงค่ำ และยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัด

  2. 02โคลิคเกิดจากอะไร แม่ทำอะไรผิดหรือเปล่า

    ไม่ใช่ความผิดของแม่ค่ะ ยังไม่มีใครรู้สาเหตุแน่ชัด มีหลายสมมติฐาน เช่น ระบบย่อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ลมในท้อง หรือความไวต่อสิ่งเร้า โคลิคเกิดได้ทั้งกับลูกที่กินนมแม่และนมผสม

  3. 03โคลิคหายตอนกี่เดือน

    ส่วนใหญ่ดีขึ้นเองเมื่อลูกอายุ 3 ถึง 4 เดือน AAP ระบุว่าบางคนอาจนานถึง 6 เดือน ถ้าเกิน 4 เดือนแล้วยังร้องมาก ควรปรึกษาหมอ

  4. 04ยาแก้โคลิค หรือยาขับลม ช่วยได้ไหม

    NHS ระบุว่ายาหยดแก้โคลิค สมุนไพร หรือโพรไบโอติก ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าช่วยได้ ถ้าอยากลองใช้อะไร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน และห้ามให้ยาหรือน้ำสมุนไพรที่ไม่รู้ส่วนผสมกับทารก

  5. 05ลูกร้องไห้แบบไหนต้องไปหาหมอ

    ถ้าลูกร้องเปลี่ยนไปจากเดิมทันที ร้องอ่อนแรง มีไข้ ไม่ยอมกินนม อาเจียนแรงกว่าปกติ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ หายใจลำบาก หรือซึมผิดปกติ ให้ไปโรงพยาบาลเลย เพราะอาจไม่ใช่โคลิคธรรมดา

  6. 06ลูกโคลิค ต้องงดนมวัวไหม ถ้าให้นมแม่

    NHS แนะนำให้ให้นมตามปกติโดยไม่ต้องเปลี่ยนอาหารเอง ส่วน AAP ระบุว่าบางบ้านอาจลองงดอาหารบางอย่าง เช่น นมวัวหรือคาเฟอีน ดังนั้นก่อนงดอาหารกลุ่มใหญ่ ควรคุยกับหมอก่อนเพื่อไม่ให้แม่ขาดสารอาหาร

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. NHS: Colic
  2. HealthyChildren.org (AAP): Colic Relief Tips for Parents
  3. คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล: เด็กร้อง 3 เดือน (โคลิก)
  4. โรงพยาบาลพญาไท: ลูกร้องเวลาเดิมทุกวัน เป็นโคลิกหรือเปล่านะ
  5. กรมประชาสัมพันธ์: กรมสุขภาพจิต สายด่วน 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง

ร่างกายและสุขภาพ