mamapreneur

03 · ทารกแรกเกิดตอบให้ชัดอ่าน 8 นาที

คลอดแล้วน้ำนมยังไม่มา ไม่ได้แปลว่าร่างกายไม่มีให้ลูก (สิ่งที่ช่วยได้จริงในสัปดาห์แรก)

หลังคลอด 2 ถึง 3 วันแรกร่างกายสร้างน้ำนมเหลืองปริมาณน้อยซึ่งพอดีกับลูก น้ำนมมักมามากขึ้นราววันที่ 3 ถึง 5 สิ่งที่ช่วยได้จริงคือให้ลูกดูดบ่อย กอดเนื้อแนบเนื้อ และบีบน้ำนมด้วยมือ

หลังคลอดใหม่ๆ แม่หลายคนนั่งมองเต้าตัวเองแล้วใจหาย เพราะบีบเท่าไหร่ก็ออกมาแค่ไม่กี่หยด ขณะที่ลูกร้องอยู่ข้างๆ และมีเสียงรอบตัวถามว่า “นมมาหรือยัง” แทบทุกชั่วโมง ความรู้สึกว่า “ร่างกายเราไม่มีให้ลูก” จึงเกิดขึ้นง่ายมากค่ะ

อยากบอกก่อนเลยว่า ในวันแรกๆ นมที่มาน้อยคือสิ่งที่ธรรมชาติออกแบบไว้ บทความนี้จะอธิบายว่าน้ำนมมาเมื่อไหร่ อะไรทำให้มาช้า อะไรช่วยได้จริง และเมื่อไหร่ควรขอความช่วยเหลือ

ทำไมวันแรกๆ บีบแล้วได้แค่ไม่กี่หยด

คำตอบสั้นๆ: เพราะช่วงแรกเต้าสร้างน้ำนมเหลือง (colostrum) ซึ่งมีปริมาณน้อยแต่เข้มข้นมาก และเพียงพอสำหรับทารกแรกเกิดที่กระเพาะยังเล็ก

น้ำนมเหลืองเป็นนมแรกที่ร่างกายเริ่มสร้างตั้งแต่ช่วงกลางของการตั้งครรภ์ มีลักษณะข้น สีเหลือง อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน แร่ธาตุ และภูมิคุ้มกัน Cleveland Clinic เรียกมันว่า “liquid gold” เลยค่ะ

ทารกแรกเกิดไม่ต้องการนมปริมาณมาก การที่แม่บีบได้แค่หยดๆ จึงไม่ได้แปลว่าลูกหิวโหย และการบีบด้วยมือหรือปั๊มก็มักได้น้อยกว่าที่ลูกดูดได้จริงด้วย

น้ำนมจะ “มา” เมื่อไหร่ และแบบไหนเรียกว่ามาช้า

คำตอบสั้นๆ: ส่วนใหญ่น้ำนมจะมามากขึ้นราววันที่ 3 ถึง 5 หลังคลอด ถ้าผ่านช่วงนี้แล้วยังไม่รู้สึกเปลี่ยนแปลงถือว่ามาช้า และควรขอความช่วยเหลือเร็ว

สัญญาณว่าน้ำนมเริ่มมา เช่น เต้ารู้สึกหนัก อุ่น คัดตึงขึ้น น้ำนมเปลี่ยนจากสีเหลืองข้นเป็นสีขาวขุ่นขึ้น และได้ยินลูกกลืนบ่อยขึ้น

Nationwide Children’s Hospital ระบุว่าบางคนอาจยังไม่มีน้ำนมปริมาณมากจนถึงวันที่ 7 ถึง 14 หลังคลอด ซึ่งส่วนใหญ่ยังแก้ไขได้ ถ้าได้รับการช่วยเหลือเร็ว

อะไรทำให้น้ำนมมาช้าได้บ้าง

คำตอบสั้นๆ: ปัจจัยที่พบบ่อยคือการผ่าคลอด เสียเลือดมากหลังคลอด น้ำหนักเกิน เบาหวานหรือโรคไทรอยด์ มีไข้หรือติดเชื้อ ความเครียดรุนแรง และการนอนพักนานช่วงตั้งครรภ์

  • ผ่าคลอด ความเจ็บแผลและการได้อุ้มลูกช้าอาจมีผล แต่ AAP ระบุว่าส่วนใหญ่น้ำนมมาได้เกือบเหมือนคลอดธรรมชาติ และความเจ็บปวดรบกวนฮอร์โมนออกซิโทซินที่ช่วยให้น้ำนมไหล การจัดการความเจ็บให้ดีจึงสำคัญ
  • เสียเลือดมากหลังคลอด
  • น้ำหนักเกิน เบาหวาน หรือโรคไทรอยด์
  • มีไข้หรือติดเชื้อ
  • ความเครียดรุนแรง
  • ลูกได้ดูดน้อย เช่น แยกกันนาน ให้นมตามตารางเวลาแทนตามที่ลูกหิว

สิ่งสำคัญคือ ไม่มีข้อไหนเป็นความผิดของแม่เลยค่ะ มันคือเงื่อนไขของร่างกายที่ต้องการการช่วยเหลือเพิ่มเท่านั้น

สิ่งที่ช่วยให้น้ำนมมาได้จริงในสัปดาห์แรก

คำตอบสั้นๆ: ให้ลูกดูดบ่อยและงับให้ลึก กอดเนื้อแนบเนื้อ และบีบน้ำนมด้วยมือสม่ำเสมอ เพราะร่างกายสร้างน้ำนมตามปริมาณที่ถูกดึงออกไป

  1. ให้ลูกดูดบ่อย ประมาณ 8 ถึง 12 ครั้งต่อวัน หรือทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง ตามที่ลูกหิว ยิ่งดูดบ่อย เต้ายิ่งได้สัญญาณให้สร้างนม
  2. ดูให้ลูกงับลึก ลูกต้องอมถึงลานนม ไม่ใช่แค่หัวนม ลองดู 5 ท่าให้นมที่ช่วยให้ลูกงับลึกขึ้น
  3. กอดเนื้อแนบเนื้อ ให้ลูกนอนบนอกแม่แบบผิวสัมผัสผิว ช่วยให้ลูกอยากดูด และช่วยให้แม่ผ่อนคลาย
  4. บีบน้ำนมด้วยมือ ก่อนและระหว่างให้นม หยดที่ได้เก็บไว้ป้อนลูกด้วยช้อนหรือไซริงค์ได้ ถ้าลูกยังดูดไม่ได้ หรือแยกจากลูก ให้บีบหรือปั๊มทุกไม่กี่ชั่วโมงแทน
  5. จัดการความเจ็บ หลังผ่าคลอด ถ้าเจ็บแผลมาก บอกพยาบาลได้เลย ยาแก้ปวดส่วนใหญ่ที่แพทย์ให้ใช้ระหว่างให้นมได้ ถามแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
  6. พักและกินให้พอ กินอาหารครบหมู่ ดื่มน้ำให้พอ และให้คนในบ้านช่วยเรื่องอื่นแทน

ถ้ายังอยู่ในช่วงเตรียมตัวคลอด ลองดู ของที่ควรใส่กระเป๋าไปโรงพยาบาล เผื่อเตรียมผ้าคลุมให้นมหรือหมอนรองไว้ด้วยค่ะ

น้ำขิง แกงเลียง หรืออาหารเสริมเพิ่มน้ำนม ช่วยได้ไหม

คำตอบสั้นๆ: อาหารบำรุงแบบไทยกินได้ถ้าชอบ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าอาหารหรืออาหารเสริมชนิดใดเร่งน้ำนมได้ และ อย. ไม่เคยอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกล่าวอ้างว่าเพิ่มน้ำนม

ผู้ใหญ่ในบ้านมักต้มแกงเลียงหรือน้ำขิงให้กินด้วยความรัก ซึ่งเป็นอาหารอุ่นๆ ที่ดีต่อใจแม่หลังคลอด กินได้เลยค่ะ แค่อย่าคาดหวังว่าจะแทนการให้ลูกดูดบ่อยได้

ส่วนอาหารเสริมที่โฆษณาว่า “เพิ่มน้ำนม” สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเตือนว่ายังไม่เคยอนุญาตให้กล่าวอ้างแบบนั้น และสิ่งที่แม่กินอาจส่งผ่านถึงลูกได้ ถ้าจะใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ถ้าต้องเสริมนมผสม แปลว่าแม่ล้มเหลวไหม

คำตอบสั้นๆ: ไม่เลยค่ะ บางครั้งการเสริมนมชั่วคราวคือสิ่งที่ทำให้ลูกปลอดภัย และยังให้นมแม่ต่อไปได้ควบคู่กัน

ถ้าลูกน้ำหนักลดมาก ตัวเหลือง หรือผ้าอ้อมน้อยกว่าเกณฑ์ แพทย์อาจแนะนำให้เสริมนม ระหว่างนั้นให้ลูกดูดเต้าต่อ และบีบหรือปั๊มหลังมื้อ เพื่อบอกร่างกายว่ายังต้องสร้างนมอยู่ วิธีเช็กว่าลูกได้นมพอไหม อ่านได้ที่ สัญญาณจากผ้าอ้อมที่บอกว่าลูกกินนมพอ

ไม่ว่าสุดท้ายลูกจะได้นมแม่ล้วน นมแม่ผสมนมผสม หรือนมผสมทั้งหมด แม่ที่พยายามเพื่อให้ลูกอิ่มและปลอดภัยคือแม่ที่ดีแล้วค่ะ

ควรโทรหาหมอหรือไปโรงพยาบาลถ้า…

คำตอบสั้นๆ: ถ้าผ่านวันที่ 5 แล้วน้ำนมยังไม่เปลี่ยน ลูกมีอาการผิดปกติ หรือแม่มีไข้ ให้ติดต่อโรงพยาบาลหรือคลินิกนมแม่ได้เลย

พาลูกไปโรงพยาบาลเลยถ้า

  • ลูกซึม ปลุกยาก ไม่ยอมดูด
  • ผ้าอ้อมเปียกน้อยมาก หรือไม่ฉี่นานหลายชั่วโมง
  • ตัวเหลืองมากขึ้นเรื่อยๆ

แม่ควรโทรหาหมอถ้า

  • ผ่านวันที่ 5 หลังคลอดแล้วยังไม่รู้สึกว่าน้ำนมมากขึ้น
  • มีไข้ เต้าแดง ร้อน เจ็บเป็นจุด
  • เจ็บหัวนมมากจนให้นมต่อไม่ไหว
  • รู้สึกเครียดหรือเศร้ามากจนดูแลตัวเองไม่ได้

อย่ารอจนเหนื่อยหมดแรงนะคะ ยิ่งได้รับความช่วยเหลือเร็ว ยิ่งแก้ได้ง่าย ร่างกายแม่กำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับลูก ให้เวลาตัวเองสักนิด แล้วค่อยๆ ไปด้วยกันค่ะ

FAQ

คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย

  1. 01คลอดแล้วน้ำนมไม่มา ปกติไหม

    ปกติในช่วง 2 ถึง 3 วันแรก เพราะร่างกายสร้างน้ำนมเหลืองปริมาณน้อยอยู่แล้ว น้ำนมจะมามากขึ้นราววันที่ 3 ถึง 5 หลังคลอด ถ้าผ่านวันที่ 5 ไปแล้วยังไม่รู้สึกเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกนมแม่

  2. 02ผ่าคลอดแล้วน้ำนมมาช้ากว่าคลอดธรรมชาติไหม

    อาจช้ากว่าได้เล็กน้อยในบางคน แต่ AAP ระบุว่าส่วนใหญ่น้ำนมมาได้เกือบเหมือนคลอดธรรมชาติ สิ่งสำคัญคือให้ลูกดูดเร็วที่สุดเท่าที่ทำได้และจัดการความเจ็บปวดให้ดี เพราะความเจ็บรบกวนการหลั่งน้ำนม

  3. 03กินอะไรให้น้ำนมมาเร็ว

    ยังไม่มีอาหารหรืออาหารเสริมชนิดไหนที่มีหลักฐานชัดเจนว่าเร่งน้ำนมได้ และ อย. ไม่เคยอนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกล่าวอ้างว่าเพิ่มน้ำนม สิ่งที่ได้ผลจริงคือให้ลูกดูดบ่อยและระบายน้ำนมสม่ำเสมอ ร่วมกับกินอาหารครบหมู่และดื่มน้ำพอ

  4. 04น้ำนมยังไม่มา ต้องให้นมผสมไหม

    ทารกส่วนใหญ่ได้น้ำนมเหลืองก็เพียงพอ แต่ถ้าแพทย์เห็นว่าลูกน้ำหนักลดมาก ตัวเหลือง หรือผ้าอ้อมน้อย อาจแนะนำให้เสริมนมชั่วคราว ระหว่างนั้นให้ลูกดูดเต้าและบีบหรือปั๊มต่อ เพื่อไม่ให้น้ำนมลดลง

  5. 05บีบน้ำนมด้วยมือช่วยได้จริงไหม

    ช่วยได้ การบีบด้วยมือช่วยกระตุ้นเต้าและเก็บน้ำนมเหลืองหยดเล็กๆ ไว้ป้อนลูกได้ คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล แนะนำให้ทำทั้งก่อนและระหว่างให้นม

  6. 06เครียดทำให้น้ำนมไม่มาจริงไหม

    ความเครียดรุนแรงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้น้ำนมมาช้าได้ การพักผ่อน ได้รับความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง และมีคนช่วยดูแลเรื่องอื่นในบ้าน จึงช่วยได้จริง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  1. Nationwide Children's Hospital: Breastfeeding and Delayed Milk Production
  2. HealthyChildren.org (AAP): Breastfeeding After Cesarean Delivery
  3. Cleveland Clinic: Lactation (Breast Milk Production)
  4. ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล: 3 เทคนิคดูแลภาวะน้ำนมน้อยในคุณแม่
  5. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี: อย. เตือนอย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์อวดอ้างเพิ่มน้ำนม

การกินและนม