"ขายออนไลน์เล็กๆ ไม่ต้องจดอะไร" และอีก 6 ความเชื่อ ที่แม่ควรรู้ก่อนเปิดร้านแรก
คู่มือสำหรับแม่ที่อยากเริ่มธุรกิจเล็กๆ ไปพร้อมเลี้ยงลูก ตั้งแต่เรื่องเวลา เงินทุน การจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ภาษี ไปจนถึงสินค้าที่ต้องขออนุญาต อธิบายแบบแม่คุยกับแม่
แม่หลายคนเริ่มคิดเรื่องมีรายได้ของตัวเองในช่วงที่ลูกยังเล็กค่ะ บางคนเพราะอยากอยู่กับลูกให้มากที่สุด บางคนเพราะรายได้ทางเดียวในบ้านเริ่มตึง และอีกหลายคนแค่อยากมีอะไรที่เป็น “ของเรา” อีกครั้ง
คำถามแรกมักจะเป็น “ทำได้จริงไหม” คำตอบของเราคือ ทำได้ค่ะ แต่ก่อนเริ่ม มีความเชื่อ 7 ข้อที่ได้ยินบ่อยมาก และถ้าเชื่อผิด อาจทำให้เหนื่อยเปล่า เสียเงิน หรือถึงขั้นผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
ความเชื่อที่ 1: “ต้องรอลูกโตก่อน ถึงจะเริ่มได้”
ความจริง: ไม่ต้องรอ แต่ต้องเริ่มในขนาดที่เวลาของเรารับไหว
แม่ที่ทำธุรกิจไปพร้อมเลี้ยงลูกเล็กส่วนใหญ่ไม่ได้มีเวลาเยอะกว่าใคร แต่ใช้ ช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีอยู่แล้ว ได้ดี เช่น ช่วงลูกนอนกลางวัน 1 ถึง 2 ชั่วโมง หรือหลังลูกเข้านอน
ลองทำแบบนี้ก่อนเริ่ม
- จดไว้ 1 สัปดาห์ว่าช่วงไหนที่เรามีเวลาว่างจริงๆ และมีแรงพอจะคิด
- รวมเป็นชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่จะอยู่ราว 5 ถึง 10 ชั่วโมง
- เลือกธุรกิจที่ ทำได้ในจำนวนชั่วโมงนั้น ไม่ใช่ธุรกิจในฝันที่ต้องใช้วันละ 8 ชั่วโมง
ความเชื่อที่ 2: “ต้องมีเงินทุนก้อนใหญ่ก่อน”
ความจริง: ธุรกิจแรกของแม่ส่วนใหญ่เริ่มจากทักษะที่มีอยู่แล้ว และเงินทุนน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้
ก่อนลงทุนสต๊อกของหรือทำแพ็กเกจสวยๆ ให้ทดสอบก่อนว่า มีคนยอมจ่ายจริงไหม
- ขายความรู้หรือบริการ เช่น สอนพิเศษออนไลน์ รับทำกราฟิก รับแปล รับทำบัญชี ใช้ทุนแทบเป็นศูนย์
- พรีออเดอร์ ถามความสนใจก่อน รับเงินมัดจำ แล้วค่อยผลิต ไม่ต้องแบกสต๊อก
- ขายในกลุ่มเล็กก่อน เพื่อน ครอบครัว กลุ่มแม่ๆ ถ้ากลุ่มนี้ไม่ซื้อซ้ำ คนแปลกหน้าก็ยากค่ะ
ตั้งเป้า 90 วัน ดูตัวเลขเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำไหม
ความเชื่อที่ 3: “ขายออนไลน์เล็กๆ ไม่ต้องจดอะไร”
ความจริง: ต้องจดค่ะ ผู้ขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มขาย
ข้อนี้คือความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยที่สุด เพราะหลายคนคิดว่าขายแค่ในเฟซบุ๊กหรือไลน์ไม่นับ แต่ตามพระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ การขายผ่านอินเทอร์เน็ตทุกช่องทางนับเป็นพาณิชยกิจที่ต้องจด ถ้าไม่จดมีโทษปรับ
ข่าวดีคือจดง่ายกว่าที่คิด
- ที่ไหน: สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล อบต. ในต่างจังหวัด (บางพื้นที่ยื่นออนไลน์ได้)
- ใช้อะไร: บัตรประชาชน และภาพหน้าร้านหรือหน้าเพจที่ใช้ขาย
- หลังจดแล้ว: ขอเครื่องหมาย DBD Registered จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามาแสดงบนเพจได้ ช่วยให้ลูกค้าไว้ใจมากขึ้น
ความเชื่อที่ 4: “รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ไม่ต้องยุ่งกับภาษี”
ความจริง: 1.8 ล้านบาทต่อปีคือเกณฑ์จด VAT เท่านั้น รายได้จากการขายของทุกบาทต้องนำมายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แยกให้ชัดแบบนี้ค่ะ
| เรื่อง | ใช้กับใคร |
|---|---|
| ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา | ทุกคนที่มีรายได้ ต้องยื่นแบบทุกปี (หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อาจไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้) |
| จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) | เมื่อรายรับจากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี |
สิ่งที่ช่วยได้มากตั้งแต่วันแรก คือ แยกบัญชีธนาคารของร้าน และจดรายรับรายจ่ายทุกเดือน ถ้าไม่แน่ใจ ปรึกษาสรรพากรพื้นที่หรือนักบัญชีสักครั้ง คุ้มกว่ามาแก้ทีหลังค่ะ
ความเชื่อที่ 5: “ทำเองที่บ้าน ขายเพื่อนๆ ไม่ต้องขออนุญาตสินค้า”
ความจริง: สินค้าบางประเภทต้องขออนุญาตก่อนวางขาย ไม่ว่าจะขายมากหรือน้อย
ตัวอย่างที่แม่ๆ ชอบทำและควรเช็กก่อน
- เครื่องสำอาง สบู่ ครีม ออยล์ทาผิว ต้องจดแจ้งกับ อย. ก่อนวางขาย
- อาหาร ขนม เครื่องดื่ม หลายประเภทต้องมีเลข อย. หรือเลขสารบบอาหาร ขึ้นกับชนิดและวิธีผลิต
- ของใช้เด็ก ของเล่น บางประเภทมีมาตรฐานความปลอดภัยที่ต้องผ่าน
ถ้าสินค้าของเราเกี่ยวกับผิวหรือการกินของเด็กๆ ยิ่งต้องทำให้ถูกต้อง เพราะนั่นคือความไว้ใจของแม่คนอื่นเลยค่ะ
ความเชื่อที่ 6: “แม่ที่ทำธุรกิจเก่งๆ ทำทุกอย่างเองได้หมด”
ความจริง: แม่ที่ไปได้ไกลส่วนใหญ่มีระบบและมีคนช่วย ไม่ใช่ทำทุกอย่างคนเดียว
- จัดเวลาเป็นก้อน เช่น วันจันทร์ถ่ายรูปสินค้าทั้งสัปดาห์ วันพุธแพ็กของ ดีกว่าทำทุกอย่างทุกวัน
- ใช้เครื่องมือช่วย ตั้งเวลาโพสต์ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ ระบบรับออเดอร์
- ตกลงกับคนในบ้าน ขอเวลา 2 ชั่วโมงที่ไม่มีใครรบกวนในบางวัน
- รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจ้าง งานไหนเราทำช้าและไม่ชอบ เช่น ทำบัญชีหรือแพ็กของ เป็นงานแรกๆ ที่ควรส่งต่อเมื่อมีรายได้พอ
ความเชื่อที่ 7: “ถ้ารู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับลูกตลอด แปลว่าไม่ควรทำ”
ความจริง: ความรู้สึกผิดเป็นเรื่องปกติของแม่ทำงานเกือบทุกคน และไม่ได้แปลว่าเราเลือกผิด
ลูกได้เห็นแม่ที่ลองทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจ แม่ได้มีพื้นที่ของตัวเอง สิ่งที่สำคัญคือ ขอบเขตที่ชัด เช่น เวลาอาหารเย็นไม่แตะมือถือ หรือวันอาทิตย์ปิดร้าน และถ้าวันไหนเหนื่อยเกินไป การพักก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจเหมือนกันค่ะ
เช็กลิสต์ 30 วันแรกของแม่ที่อยากเริ่ม
คำตอบสั้นๆ: เริ่มเล็ก ทำให้ถูกต้อง แล้วดูว่ามีคนซื้อซ้ำไหม
- นับชั่วโมงว่างจริงต่อสัปดาห์
- เลือกสินค้าหรือบริการ 1 อย่างที่ทำได้ในเวลานั้น
- เช็กว่าสินค้าต้องขออนุญาตอะไรไหม
- ทดลองขายในกลุ่มเล็ก หรือเปิดพรีออเดอร์
- จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันหลังเริ่มขาย
- เปิดบัญชีธนาคารแยกของร้าน
- จดรายรับรายจ่ายทุกเดือน
หมวด Mamapreneur จะมีบทความเจาะลึกแต่ละเรื่องตามมา ทั้งการจัดเวลา การเริ่มขายออนไลน์จากศูนย์ และเรื่องราวของแม่ที่สร้างแบรนด์จากที่บ้านค่ะ
บทความในหมวดนี้
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01แม่เลี้ยงลูกเอง เริ่มธุรกิจได้จริงไหม
ได้จริง ถ้าเลือกธุรกิจที่ยืดหยุ่นเรื่องเวลา เริ่มจากเล็กๆ ทดสอบก่อนลงทุนเยอะ และวางระบบให้งานเดินได้ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มี เช่น ช่วงลูกนอนกลางวันหรือหลังลูกเข้านอน
02ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม
ต้องจดค่ะ ผู้ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มขาย ที่สำนักงานเขตในกรุงเทพฯ หรือเทศบาล อบต. ในต่างจังหวัด หากไม่จดมีโทษปรับ
03รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้าน ไม่ต้องเสียภาษีใช่ไหม
ไม่ใช่ค่ะ 1.8 ล้านบาทต่อปีคือเกณฑ์ที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รายได้จากการขายของต้องนำมายื่นทุกปี แม้สุดท้ายอาจไม่ต้องจ่ายภาษีเลยหากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วไม่ถึงเกณฑ์
04ขายสกินแคร์หรืออาหารทำเอง ต้องขออนุญาตอะไร
เครื่องสำอางต้องจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขาย และอาหารหลายประเภทต้องมีเลขสารบบอาหาร ขั้นตอนขึ้นกับชนิดสินค้า ควรเช็กกับ อย. ก่อนผลิตล็อตแรก
05เริ่มธุรกิจตอนลูกยังเล็ก ควรเริ่มจากอะไร
เริ่มจากทักษะหรือความรู้ที่มีอยู่แล้ว ทดลองขายในกลุ่มเล็กก่อน เช่น เพื่อนหรือกลุ่มแม่ๆ ใช้เงินน้อยที่สุด และตั้งเป้าหมายสั้นๆ 90 วัน เพื่อดูว่ามีคนซื้อซ้ำไหม ก่อนลงทุนเพิ่ม
06ทำธุรกิจที่บ้าน ควรแยกบัญชีเงินไหม
ควรแยกตั้งแต่วันแรก เปิดบัญชีธนาคารสำหรับร้านโดยเฉพาะ จดรายรับรายจ่ายทุกเดือน จะช่วยให้รู้ว่ากำไรจริงเท่าไหร่ และยื่นภาษีได้ง่ายขึ้นมาก