แพ้ท้องหนักจนกินน้ำยังอ้วก ยังปกติไหม? เส้นแบ่งที่ควรไปโรงพยาบาลวันนี้
แพ้ท้องเป็นเรื่องปกติของไตรมาสแรก แต่ถ้าอาเจียนจนกินน้ำหรืออาหารไม่อยู่นาน 24 ชั่วโมง ปัสสาวะน้อยสีเข้ม หรือหน้ามืด ควรไปโรงพยาบาลวันนี้ เพราะอาจเป็นแพ้ท้องรุนแรงที่รักษาได้
ตื่นมาก็พะอืดพะอม ได้กลิ่นข้าวสวยร้อนๆ ก็วิ่งเข้าห้องน้ำ บางวันแค่จิบน้ำเปล่าก็อ้วกออกมาหมด ผู้ใหญ่ที่บ้านก็ปลอบว่า “แพ้ท้องใครๆ ก็เป็น เดี๋ยวก็หาย” ซึ่งก็จริงค่ะ ส่วนใหญ่เป็นแบบนั้น แต่ถ้าหนักถึงขั้นกินน้ำยังไม่อยู่ คำว่า “ทนไปก่อน” อาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด
บทความนี้จะช่วยขีดเส้นให้ชัดว่าแพ้ท้องแบบไหนดูแลที่บ้านได้ และแบบไหนควรไปโรงพยาบาล วันนี้ ไม่ใช่รอวันนัดฝากครรภ์ครั้งหน้า
แพ้ท้องหนักแค่ไหนถึงยังเรียกว่าปกติ
คำตอบสั้นๆ: ถ้ายังพอกินพอดื่มได้บ้าง ปัสสาวะออกปกติ และยังใช้ชีวิตประจำวันได้ แม้จะอ้วกวันละหลายครั้งก็ยังอยู่ในกลุ่มแพ้ท้องทั่วไปค่ะ
แพ้ท้องมักเริ่มก่อนอายุครรภ์ 9 สัปดาห์ หนักสุดช่วงไตรมาสแรก และส่วนใหญ่ดีขึ้นราว สัปดาห์ที่ 16 ถึง 20 แม้ชื่อจะเป็น “morning sickness” แต่จริงๆ เป็นได้ทั้งวัน ไม่ได้เป็นแค่ตอนเช้า
ข่าวดีคือแพ้ท้องแบบทั่วไป ไม่ได้ทำให้ลูกในท้องเสี่ยงเพิ่มขึ้น แม้คุณแม่จะรู้สึกแย่มากก็ตาม
คุณแม่บางคนมีโอกาสแพ้ท้องมากกว่า เช่น
- เคยเมารถเมาเรือง่าย หรือเป็นไมเกรน
- ท้องก่อนเคยแพ้หนัก
- ท้องแฝด
แพ้ท้องรุนแรง (HG) ต่างจากแพ้ท้องธรรมดายังไง
คำตอบสั้นๆ: แพ้ท้องรุนแรงหรือ Hyperemesis Gravidarum (HG) คือคลื่นไส้อาเจียนหนักและนานจนร่างกายขาดน้ำ หรือน้ำหนักลดเกิน 5% ของน้ำหนักก่อนท้อง ต้องได้รับการรักษา ไม่ใช่แค่อดทน
| แพ้ท้องทั่วไป | แพ้ท้องรุนแรง (HG) |
|---|---|
| คลื่นไส้ อ้วกเป็นพักๆ | อ้วกบ่อยจนกินน้ำหรืออาหารไม่อยู่ |
| ยังดื่มน้ำได้บ้าง ปัสสาวะออก | ปัสสาวะน้อย สีเข้ม กระหายน้ำมาก |
| เหนื่อยแต่ยังพอทำงานได้ | อ่อนเพลียมาก หน้ามืดเวลาลุกยืน |
| น้ำหนักไม่ค่อยลด | น้ำหนักลดชัดเจน |
| มักดีขึ้นราว 16 ถึง 20 สัปดาห์ | อาจเป็นนานกว่านั้น บางคนเป็นจนใกล้คลอด |
ปัจจัยที่พบว่าเสี่ยง HG มากขึ้น ได้แก่ เคยเป็น HG มาก่อน มีคนในครอบครัวเคยเป็น หรือตั้งครรภ์ลูกผู้หญิง
เรื่องสุดท้ายนี้อาจทำให้ผู้ใหญ่บางท่านพูดว่า “แพ้หนักแบบนี้ได้ลูกสาวแน่” ซึ่งมีส่วนจริงแค่ในแง่สถิติ แต่ ใช้ทายเพศลูกไม่ได้ ท้องลูกชายก็แพ้หนักได้เหมือนกันค่ะ
ไปโรงพยาบาลเลยวันนี้ ถ้ามีอาการเหล่านี้
คำตอบสั้นๆ: ถ้าอ้วกร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งด้านล่าง ไม่ต้องรอวันนัด ไปห้องฉุกเฉินหรือแผนกฝากครรภ์ของโรงพยาบาลได้เลยค่ะ
- กินน้ำหรืออาหารไม่อยู่เลยนาน 24 ชั่วโมง
- ปัสสาวะ สีเข้มมาก หรือ ไม่ได้ปัสสาวะเกิน 8 ชั่วโมง
- อ่อนเพลียมาก เวียนหัว หน้ามืด จะเป็นลม เวลาลุกขึ้นยืน
- ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว
- ปวดท้อง
- มีไข้
- อาเจียนเป็นเลือด
- น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ
ถ้ามีเลือดออกทางช่องคลอดร่วมด้วย อ่านเพิ่มเรื่อง เลือดออกตอนท้องอ่อนๆ ต้องดูอะไรประกอบ ได้เลยค่ะ
ไม่ต้องกลัวว่าจะไปแล้ว “เสียเวลาหมอ” นะคะ ภาวะขาดน้ำในคนท้องเป็นเรื่องที่ทีมแพทย์อยากเห็นตั้งแต่เนิ่นๆ มากกว่าตอนที่หนักแล้ว
ไปถึงโรงพยาบาลแล้ว หมอจะทำอะไรบ้าง
คำตอบสั้นๆ: หมอจะประเมินว่าขาดน้ำแค่ไหน แล้วให้ยาแก้อาเจียนที่ใช้กับคนท้องได้ ถ้ากินไม่อยู่อาจให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด และบางคนต้องนอนโรงพยาบาลสักพัก
สิ่งที่คุณแม่มักเจอ
- ซักประวัติ ชั่งน้ำหนัก วัดความดัน ชีพจร และอาจตรวจปัสสาวะหรือตรวจเลือด
- ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน มีหลายตัวที่ใช้ในคนท้อง บางคนต้องลองมากกว่าหนึ่งตัวกว่าจะเจอตัวที่ได้ผล
- น้ำเกลือ ถ้าขาดน้ำหรือกินยาทางปากไม่อยู่
- ยาฉีด แทนยากิน ในกรณีที่อ้วกจนยาไม่อยู่ท้อง
ถ้าได้รับการรักษา ภาวะแพ้ท้องรุนแรง ไม่น่าจะทำอันตรายลูก สิ่งที่ต้องระวังคือการปล่อยให้น้ำหนักลดและขาดน้ำนานๆ โดยไม่รักษา ซึ่งอาจทำให้ลูกน้ำหนักแรกเกิดน้อยได้
ดูแลตัวเองที่บ้านยังไงให้พอกินได้
คำตอบสั้นๆ: กินทีละน้อยแต่บ่อย เน้นของแห้งจืดๆ จิบน้ำทีละนิด พักผ่อนให้มาก และเลี่ยงกลิ่นที่กระตุ้นอาการ
สิ่งที่หลายคนลองแล้วช่วยได้
- กินมื้อเล็กๆ ถี่ๆ ของจืด แป้งเยอะ ไขมันน้อย เช่น ขนมปังกรอบ แครกเกอร์ ข้าวต้ม โจ๊กใส ข้าวสวยไม่ต้องมีกับหนัก
- ของเย็นแทนของร้อน ถ้ากลิ่นอาหารร้อนทำให้พะอืดพะอม
- จิบน้ำทีละนิดแต่บ่อย ช่วยลดโอกาสอ้วกได้ ดีกว่าดื่มรวดเดียวทีละแก้ว
- พักผ่อน เพราะความเหนื่อยทำให้คลื่นไส้หนักขึ้น
- ขิง เช่น น้ำขิงอ่อนๆ มีหลักฐานบางส่วนว่าช่วยลดคลื่นไส้ แม้ยังไม่ใช่หลักฐานคุณภาพสูง
- เลี่ยงของทอด ของมัน อาหารรสจัด ช่วงที่อาการกำลังหนัก ส้มตำรสแซ่บจัดอาจต้องพักไว้ก่อน (อยากรู้ว่ากินได้ไหม อ่านต่อที่ คนท้องกินส้มตำได้ไหม)
- เปิดหน้าต่างระบายกลิ่น ขอให้คนในบ้านช่วยทำกับข้าวหรือไม่ผัดของกลิ่นแรงช่วงนี้
สิ่งที่ ไม่ควรทำ
- ซื้อยาแก้อาเจียนหรือยาใดๆ กินเอง ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
- งดน้ำเพราะกลัวอ้วก ยิ่งทำให้ขาดน้ำเร็วขึ้น
- ฝืนกินของที่ไม่ไหวเพราะ “ต้องกินเพื่อลูก” ช่วงไตรมาสแรกลูกยังตัวเล็กมาก เน้นให้แม่ไม่ขาดน้ำก่อน
แพ้ท้องหนักแล้วยาบำรุงกินไม่ไหว ทำยังไงดี
คำตอบสั้นๆ: บอกหมอหรือพยาบาลตอนฝากครรภ์ได้เลยค่ะ อย่าแอบหยุดเอง หมออาจปรับเวลากินหรือเปลี่ยนรูปแบบยาให้
คุณแม่หลายคนเล่าว่ากินยาบำรุงช่วงที่แพ้หนักแล้วยิ่งพะอืดพะอม ถ้าเป็นแบบนี้ให้ถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าปรับเวลากินหรือเปลี่ยนยาได้ไหม ไม่ควรปรับเองหรือหยุดเอง ถ้ายังไม่ได้ฝากครรภ์ ลองอ่าน ฝากครรภ์ครั้งแรก ไปตอนกี่สัปดาห์ เตรียมอะไร ประกอบค่ะ
ใจก็เหนื่อยไม่แพ้กาย ขอความช่วยเหลือได้
คำตอบสั้นๆ: แพ้ท้องหนักทำให้ทั้งร่างกายและจิตใจล้ามาก รู้สึกท้อหรือร้องไห้บ่อยไม่ได้แปลว่าคุณแม่อ่อนแอ บอกหมอและคนรอบตัวได้เสมอ
ถ้าทำงานอยู่ ขอใบรับรองแพทย์เพื่อพักได้ ถ้าที่บ้านมีคนช่วยได้ ให้เขาช่วยเรื่องอาหารและงานบ้านไปก่อน ช่วงนี้ไม่ต้องเก่งทุกอย่างค่ะ
อยากเห็นภาพรวมว่าแต่ละไตรมาสจะเจออะไรบ้าง อ่านต่อที่ คู่มือคนท้องไตรมาสต่อไตรมาส ได้เลย
แพ้ท้องหนักไม่ใช่สิ่งที่ต้องทนคนเดียวนะคะ ถ้าร่างกายเริ่มส่งสัญญาณว่าไม่ไหว การไปโรงพยาบาลคือการดูแลทั้งตัวเองและลูกไปพร้อมกันค่ะ
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01แพ้ท้องหนักแค่ไหนถึงต้องไปโรงพยาบาล
ถ้ากินน้ำหรืออาหารไม่อยู่เลยนาน 24 ชั่วโมง ปัสสาวะสีเข้มมากหรือไม่ได้ปัสสาวะเกิน 8 ชั่วโมง เวียนหัวจะเป็นลมเวลาลุกยืน ปวดท้อง มีไข้ อาเจียนเป็นเลือด หรือน้ำหนักลด ควรไปพบแพทย์ในวันนั้นเลยค่ะ
02แพ้ท้องจะหายตอนกี่เดือน
ส่วนใหญ่อาการดีขึ้นราวอายุครรภ์ 16 ถึง 20 สัปดาห์ แต่คุณแม่ที่เป็นภาวะแพ้ท้องรุนแรงอาจมีอาการนานกว่านั้น บางคนเป็นไปจนใกล้คลอด ซึ่งควรอยู่ในการดูแลของแพทย์
03แพ้ท้องหนักทำให้ลูกในท้องเป็นอันตรายไหม
แพ้ท้องทั่วไปไม่ทำให้ลูกเสี่ยงเพิ่มขึ้น ส่วนแพ้ท้องรุนแรงถ้าได้รับการรักษาก็ไม่น่าจะกระทบลูก แต่ถ้าปล่อยให้ขาดน้ำและน้ำหนักลดมากนานๆ โดยไม่รักษา อาจทำให้ลูกน้ำหนักแรกเกิดน้อยได้
04แพ้ท้องหนักกินยาแก้อาเจียนได้ไหม
มียาแก้คลื่นไส้อาเจียนที่แพทย์ใช้กับคนท้องได้ แต่ควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นคนเลือกยาและขนาดยาให้ ไม่ควรซื้อยามากินเองค่ะ
05แพ้ท้องหนักแปลว่าได้ลูกสาวจริงไหม
ทายเพศลูกจากอาการแพ้ท้องไม่ได้ค่ะ แม้งานข้อมูลบางแหล่งพบว่าการตั้งครรภ์ลูกผู้หญิงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของแพ้ท้องรุนแรง แต่คุณแม่ที่ท้องลูกชายก็แพ้หนักได้ และท้องลูกสาวแล้วไม่แพ้เลยก็มี
06ขิงช่วยแก้แพ้ท้องได้จริงไหม
มีหลักฐานบางส่วนว่าขิงอาจช่วยลดคลื่นไส้ได้ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานคุณภาพสูง ลองได้ในปริมาณแบบอาหารทั่วไป ถ้าอาการหนักจนกินน้ำไม่อยู่ ขิงไม่ใช่ทางแก้ ต้องไปหาหมอค่ะ