ครรภ์เป็นพิษ: อาการที่ดูเหมือน “แค่เพลีย” แต่ไม่ควรรอถึงนัดหน้า
ปวดหัวไม่หายแม้กินยา ตาพร่า จุกใต้ลิ้นปี่ หน้าและมือบวมขึ้นเร็ว คืออาการเตือนครรภ์เป็นพิษ ที่ควรไปโรงพยาบาลวันนั้นเลย ไม่ต้องรอนัดฝากครรภ์ครั้งหน้า
ไตรมาสสามใครก็เพลียค่ะ ท้องใหญ่ นอนไม่ค่อยหลับ ขาบวมตอนเย็น ปวดหัวบ้างเป็นบางวัน จนเราชินและคิดว่า “เดี๋ยวก็หาย รอเล่าให้หมอฟังนัดหน้า” แต่มีอาการกลุ่มหนึ่งที่หน้าตาเหมือนความเหนื่อยธรรมดา แต่จริงๆ เป็นสัญญาณของ ครรภ์เป็นพิษ ซึ่งรอไม่ได้
บทความนี้รวบรวมอาการเตือนเป็นข้อๆ ให้เช็กง่าย พร้อมบอกชัดๆ ว่าอาการแบบไหนดูแลที่บ้านได้ แบบไหนควรหยิบสมุดสีชมพูแล้วไปโรงพยาบาลเลย
ครรภ์เป็นพิษคืออะไร ทำไมหมอวัดความดันทุกนัด
คำตอบสั้นๆ: ครรภ์เป็นพิษคือภาวะความดันโลหิตสูงที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ ร่วมกับผลต่ออวัยวะอื่น เช่น มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ มักเริ่มหลังอายุครรภ์ 20 สัปดาห์ และเกิดหลังคลอดได้ด้วย
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่อธิบายว่าเกี่ยวข้องกับการฝังตัวของรกที่ผิดปกติ ทำให้ความดันขึ้นตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอท และถ้าสูงถึง 160/110 ถือว่ารุนแรง เสี่ยงเลือดออกในสมองได้ องค์การอนามัยโลกประเมินว่าพบในผู้หญิงที่คลอดราว 3 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก
จุดที่น่ากลัวคือ ระยะแรกมักไม่มีอาการเลย นี่คือเหตุผลที่พยาบาลวัดความดันและให้ตรวจปัสสาวะทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ การไปตามนัดทุกครั้งจึงเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดแล้วค่ะ
8 อาการเตือนที่ดูเหมือน “แค่เพลีย”
คำตอบสั้นๆ: ปวดหัวไม่หาย ตาพร่า จุกใต้ลิ้นปี่ บวมเร็ว น้ำหนักขึ้นพรวด อาเจียน รู้สึกไม่สบายมาก และหายใจเหนื่อย เป็นข้อใดข้อหนึ่งก็ควรไปโรงพยาบาลวันนั้น
- ปวดหัวที่กินยาพาราแล้วไม่หาย ต่างจากปวดหัวเพราะนอนน้อย ตรงที่ปวดหนักและค้างอยู่ (อ่านเรื่องการใช้ยาได้ที่ กินพาราตอนท้องได้ไหม)
- ตาพร่ามัว เห็นแสงวูบวาบ หรือจุดดำ หลายคนคิดว่าเพราะเล่นมือถือเยอะ แต่ถ้าเป็นขึ้นมาเฉยๆ ต้องไปตรวจ
- เจ็บจุกใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา มักถูกเข้าใจว่าเป็นกรดไหลย้อนหรือกินส้มตำเผ็ดไป NHS ระบุว่าอาการแสบร้อนกลางอกที่เป็นไม่หายก็เป็นอาการเตือนได้
- หน้า มือ เท้า บวมขึ้นเร็ว บวมที่ขาตอนเย็นแล้วยุบหลังนอนพักเป็นเรื่องปกติ แต่บวมที่หน้า รอบตา หรือแหวนใส่ไม่เข้าอย่างกะทันหัน ไม่ปกติ
- น้ำหนักขึ้นพรวดในไม่กี่วัน มช. ยกตัวอย่างว่าบางรายขึ้นถึงราว 4 กิโลต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นน้ำที่คั่ง ไม่ใช่เพราะกินเยอะ
- คลื่นไส้อาเจียนในไตรมาสสาม แพ้ท้องควรหายไปนานแล้ว ถ้ากลับมาอาเจียนช่วงท้ายๆ ให้บอกหมอ
- รู้สึกไม่สบายมากแบบบอกไม่ถูก เชื่อความรู้สึกตัวเองค่ะ
- หายใจหอบเหนื่อย อาจเป็นสัญญาณของน้ำคั่งในปอดในรายที่รุนแรง
บวมแบบไหนปกติ บวมแบบไหนต้องระวัง
คำตอบสั้นๆ: บวมที่ข้อเท้าตอนเย็นแล้วดีขึ้นหลังนอนยกขาเป็นเรื่องปกติของคนท้อง บวมที่หน้าและมือแบบกะทันหัน หรือบวมพร้อมปวดหัวตาพร่า คือบวมที่ต้องไปวัดความดัน
| บวมที่มักปกติ | บวมที่ควรไปโรงพยาบาล |
|---|---|
| ข้อเท้า หลังเท้า ช่วงเย็นหรือหลังยืนนาน | หน้า รอบตา มือ บวมขึ้นเร็ว |
| ค่อยๆ เป็น ดีขึ้นหลังนอนยกขา | เกิดภายในวันสองวัน ไม่ยุบ |
| ไม่มีอาการอื่น | มีปวดหัว ตาพร่า จุกลิ้นปี่ร่วม |
อากาศร้อนแบบบ้านเราทำให้ขาบวมง่ายขึ้นอีก แต่อย่าใช้อากาศเป็นเหตุผลให้ข้ามอาการในคอลัมน์ขวานะคะ
ใครเสี่ยงครรภ์เป็นพิษมากกว่าคนอื่น
คำตอบสั้นๆ: ท้องแรก อายุ 40 ขึ้นไป ท้องแฝด มีความดันสูง เบาหวาน โรคไต หรือโรคภูมิคุ้มกันอยู่เดิม เคยเป็นในท้องก่อน มีคนในครอบครัวเคยเป็น และค่าดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 ขึ้นไป
ทั้ง NHS และคณะแพทยศาสตร์ มช. ระบุปัจจัยเสี่ยงคล้ายกัน NHS เพิ่มกรณีที่ท้องนี้ห่างจากท้องก่อนเกิน 10 ปีด้วย แต่คนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงเลยก็เป็นได้ค่ะ
ถ้าเข้ากลุ่มเสี่ยงสูง แพทย์อาจสั่ง แอสไพรินขนาดต่ำ ให้กินทุกวันตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่ง WHO และ NHS แนะนำสำหรับกลุ่มนี้ ย้ำว่าเป็นยาที่ต้องให้แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น ห้ามซื้อกินเองเด็ดขาด
เป็นแล้วอันตรายแค่ไหน หมอจะทำอะไร
คำตอบสั้นๆ: ถ้าไม่ได้รับการดูแล อาจนำไปสู่อาการชัก เลือดออกในสมอง ตับและเกล็ดเลือดผิดปกติ (HELLP) และรกเสื่อม แต่เมื่อพบเร็ว หมอดูแลได้ด้วยการคุมความดันและติดตามใกล้ชิด
สิ่งที่คุณแม่อาจเจอเมื่อไปถึงโรงพยาบาล
- วัดความดันซ้ำ ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูค่าตับ ไต และเกล็ดเลือด
- ฟังเสียงหัวใจลูก และอาจอัลตราซาวด์ดูการเติบโต
- ถ้าเป็นไม่มาก อาจให้กลับบ้านแต่นัดถี่ขึ้น
- ถ้ารุนแรง อาจต้องนอนโรงพยาบาล ให้ยาลดความดันหรือยากันชัก
- การรักษาที่หายขาดคือการคลอด แพทย์จะชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยของแม่กับอายุครรภ์ของลูก
ช่วงไตรมาสสามจึงควรเตรียม กระเป๋าไปคลอด ไว้แต่เนิ่นๆ เผื่อต้องนอนโรงพยาบาลกะทันหันค่ะ
หลังคลอดแล้วยังต้องระวังไหม
คำตอบสั้นๆ: ต้องระวังค่ะ ครรภ์เป็นพิษเกิดหลังคลอดได้ ส่วนใหญ่ภายในสองสามวันแรก แต่ Cleveland Clinic ระบุว่าอาจเกิดช้าได้ถึงหลายสัปดาห์
ช่วงหลังคลอดเราโฟกัสที่ลูกจนลืมตัวเอง ถ้าปวดหัวรุนแรง ตาพร่า หายใจเหนื่อย หรือบวมมากขึ้นหลังกลับบ้าน อย่าคิดว่าเป็นเพราะอดนอน ให้กลับไปโรงพยาบาลที่คลอดทันที
ไปโรงพยาบาลเลยถ้า…
คำตอบสั้นๆ: มีอาการในเช็กลิสต์ด้านบนแม้ข้อเดียว ไปห้องคลอดหรือห้องฉุกเฉินได้เลย ไม่ต้องรอนัด ถ้าชักหรือหมดสติ โทร 1669
- ปวดหัวรุนแรงไม่หาย ตาพร่า เห็นแสงวูบวาบ
- เจ็บใต้ลิ้นปี่หรือใต้ชายโครงขวา
- บวมที่หน้า มือ เท้า ขึ้นเร็ว
- หายใจเหนื่อย ชัก หรือหมดสติ
- ลูกดิ้นน้อยลงร่วมด้วย (อ่านต่อ นับลูกดิ้นในสมุดสีชมพู)
ถ้ามีเครื่องวัดความดันที่บ้าน วัดได้เป็นข้อมูลประกอบ แต่ถ้ามีอาการเตือนแล้ว ไม่ต้องรอดูตัวเลข ไปโรงพยาบาลเลยค่ะ
ครรภ์เป็นพิษไม่ได้เกิดเพราะคุณแม่ทำอะไรผิด และไม่ต้องอายที่จะไปโรงพยาบาลแล้วปรากฏว่า “ไม่เป็นอะไร” การไปเช็กแล้วสบายใจกลับบ้าน ดีกว่ารอแล้วเสียใจเสมอค่ะ ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ
เช็กลิสต์ (ติ๊กได้ พิมพ์ได้)
ติ๊กไว้ได้เลย เว็บจะจำไว้ในเครื่องนี้ให้ค่ะ
อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที (ไม่รอนัด)
เป็นข้อเดียวก็ไปได้เลยค่ะ ใช้ได้ทั้งตอนท้องและหลังคลอด
คำถามที่แม่ๆ ถามบ่อย
01ครรภ์เป็นพิษ อาการเริ่มแรกเป็นยังไง
ระยะแรกหลายคนไม่มีอาการเลย สิ่งที่เจอมักเป็นความดันสูงและมีโปรตีนในปัสสาวะตอนไปฝากครรภ์ เมื่อเป็นมากขึ้นจะเริ่มมีปวดหัวไม่หาย ตาพร่า จุกใต้ลิ้นปี่ หรือบวมขึ้นเร็ว
02ขาบวมตอนท้อง ใช่ครรภ์เป็นพิษไหม
ขาและเท้าบวมเล็กน้อยช่วงท้ายวันเป็นเรื่องที่พบบ่อยในไตรมาสสาม ไม่ได้แปลว่าเป็นครรภ์เป็นพิษเสมอไป แต่ถ้าบวมขึ้นเร็ว บวมที่หน้าหรือมือ หรือมีปวดหัว ตาพร่าร่วมด้วย ควรไปวัดความดันที่โรงพยาบาลทันที
03ความดันเท่าไหร่ถึงเรียกว่าครรภ์เป็นพิษ
แพทย์ใช้เกณฑ์ความดันตั้งแต่ 140/90 มม.ปรอทขึ้นไป ร่วมกับอาการหรือผลตรวจอื่น เช่น โปรตีนในปัสสาวะ ถ้าสูงถึง 160/110 ขึ้นไปถือว่ารุนแรง การวินิจฉัยต้องให้แพทย์เป็นคนดูเท่านั้น
04ครรภ์เป็นพิษเกิดหลังคลอดได้ไหม
ได้ค่ะ ส่วนใหญ่มักเกิดภายในไม่กี่วันแรกหลังคลอด แต่อาจเกิดช้าได้ถึงหลายสัปดาห์ ถ้าหลังคลอดมีปวดหัวรุนแรง ตาพร่า หรือหายใจเหนื่อย ให้กลับไปโรงพยาบาลทันที
05ป้องกันครรภ์เป็นพิษได้ไหม
ป้องกันได้ไม่ทั้งหมด แต่คุณแม่กลุ่มเสี่ยงสูงอาจได้รับยาแอสไพรินขนาดต่ำจากแพทย์ตั้งแต่ช่วงต้นของการตั้งครรภ์เพื่อลดความเสี่ยง ห้ามซื้อกินเอง ต้องให้แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น
06ท้องแรกเสี่ยงครรภ์เป็นพิษมากกว่าไหม
ท้องแรกเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทั้ง NHS และคณะแพทยศาสตร์ มช. ระบุไว้ ร่วมกับอายุ 40 ปีขึ้นไป ท้องแฝด ความดันสูงหรือเบาหวานเดิม และเคยเป็นครรภ์เป็นพิษในท้องก่อน